Home » กิจกรรมสภาวิชาชีพข่าวฯ

ดีเอสไอแจงสรรหากสทช.ไม่โปร่งใส

Author by sansanee 18/08/11No Comments »

ดีเอสไอพบกระบวนการสรรหา กสทช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เตรียมส่งความเห็นถึง 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

17 ส.ค.54 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ และพ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รักษาการผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกรณีกระบวนการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าอาจเป็นไปโดยทุจริตและผิดกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

นายธาริต กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่ากระบวนการสรรหาเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของคณะกรรมการสรรหาอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอย่างใดในตำแหน่งโดยมิชอบ อันทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น สำหรับพฤติกรรมที่พบว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แบ่งเป็น 3  ส่วนคือ  องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมายและวิธีการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกรรมการสรรหาฯมีความสัมพันธ์กับผู้ได้รับเลือกเป็น กสทช.

นายธาริต กล่าวต่อว่า สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่นกรณีที่ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทักท้วงว่าไม่อาจเป็นกรรมการสรรหา กสทช. ได้ เพราะขัดรัฐธรรมนูญ แต่กรรมการสรรหายังคงดำเนินการต่อจนมีมติคัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. โดยไม่มีการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องตามที่มีกรรมการสิทธิท้วง กรณีประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยได้ลาออกก่อนมีการประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช. แต่มีตัวแทนสภาวิชาชีพข่าววิทยุฯ ซึ่งขณะนั้นยังมิได้ดำรงตำแหน่งประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุฯ เข้าร่วมประชุมแทน กรณีกรรมการสรรหาตามมาตรา 14(11) (13) (14) และ (15) ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 2553 มาจากองค์กรที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จึงไม่ทราบสถานะองค์กรที่ชัดเจนแต่กลับส่งตัวแทนไปเป็นกรรมการสรรหา

นายธาริต กล่าวอีกว่า ในส่วนของวิธีการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น กรณีมีผู้สมัครเข้ารับการเลือกยื่นใบสมัครหลายด้าน ทั้งที่เดิมเคยมีมติให้ถอนชื่อผู้สมัครหลายด้านแต่ต่อมากลับมีมติยกเลิกอ้างว่าไม่มีกฎหมายจำกัดสิทธิผู้สมัครที่จะสมัครหลายด้าน และให้กรรมการสรรหาลงมติเลือกผู้สมัครหลายด้านได้เพียงเสียงเดียว โดยให้มีการตรวจสอบบัตรลงคะแนนซึ่งต่อมาได้ทำลายบัตรลงคะแนน กรณีมีผู้สมัครเข้ารับการเลือกมีวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับสาขาอาชีพที่
          กรณีที่ผู้สมัครได้ยื่นเอกสารและหลักฐานการสมัครไม่ครบถ้วนและยื่นเอกสารแสดงวิสัยทัศน์เพิ่มเติมภายหลัง กรณีคณะกรรมการสรรรหาฯ  มีมติเลือกผู้สมัครเข้ารับการเลือกเป็น กสทช. ซึ่งขาดคุณสมบัติแต้มีการเพิกถอนและมีมติคัดเลือกลงคะแนนผู้สมัครในด้านนั้นใหม่ โดยไม่เลื่อนผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดในลำดับถัดไปขึ้นมาแทนที่ และกรณีที่คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติให้ทำลายบัตรลงคะแนนโดยไม่ได้มีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดให้ทำได้

          “การตรวจสอบยังพบความสัมพันธ์ระหว่างกรรมการสรรหาฯ กับผู้ที่ได้รับเลือก เช่น ความสัมพันธ์ในฐานะเคยเป็นผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาและกรรมการสรรหาฯและผู้ได้รับคัดเลือกเป็น กสทช.เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการเตรียมการยกร่างแผนแม่บทกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ทั้งนี้ ดีเอไอจึงเห็นควรแจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประกอบด้วย ประธานวุฒิสภา เลขาธิการวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการสามัญซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติและการแสดงวิสัยทัศน์ นอกจากนี้ยังจะส่งผลการตรวจสอบให้นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่ทูลเกล้าฯรายชื่อเพื่อแต่งตั้ง รวมถึงเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ที่อยู่ระหว่างพิจารณาที่มีผู้ร้องคัดค้านการสรรหา ทั้งนี้หากมีการทูลเกล้าฯรายชื่อ กสทช.ที่มีที่มาไม่ถูกต้อง อาจเป็นเรื่องที่ไม่บังควร ”อธิบดีดีเอไอกล่าว
          นายธาริต กล่าวด้วยว่า ดีเอไอมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อเท็จจริงการตรวจสอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการพิจารณา ส่วนจะทำให้วุฒิสภาต้องยุติกระบวนการหรือไม่ ดีเอไอไม่ขอก้าวล่วงว่าวุฒิสภาจะตัดสินใจดำเนินการตามแนวทางใดระหว่างเดินหน้ากระบวนการสรรหาต่อไป หยุดรอให้มีการตัดสินคดีก่อน หรือเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบแล้วย้อนกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
ด้านพ.ต.ท.พเยาว์ กล่าวว่า เนื่องจากการคัดเลือก กสทช.จะต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 .ย. นี้ ดีเอไอ จึงจำเป็นต้องส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของพนักงานสอบสวนเพื่อให้วุฒิสภาพิจารณาคุณสมบัติ ซึ่งสุดท้ายการคัดเลือกจะเสร็จสิ้นได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีว่าจะนำรายชื่อทูลเกล้าฯต่อไปหรือไม่ ในเมื่อดีเอไอตรวจสอบพบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องของกระบวนการสรรหา
          ซึ่งจะส่งผลให้ได้กสทช.ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตำแหน่งนี้ถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ ต้องควบคุมคลื่นความถี่ของประเทศ และเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์นับแสนล้านบาท ทั้งนี้ ดีเอไอจะเดินหน้าการตรวจสอบต่อไป เนื่องจากมีข้อมูลว่าระหว่างการสรรหาได้มีการขอรับงบประมาณจากกทช.เป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท เพื่อไปดำเนินโครงการดังกล่าวด้วย

——————————————

17 สิงหาคม 2554 หนังสือพิมพ์คมชัดลึก